เพื่อนสำคัญไฉน ?

posted on 08 Mar 2009 00:50 by kiiezz

แต่ก่อนเคยสงสัยว่า เพื่อน มีไว้ทำไมหรอ เราอยู่ตัวคนเดียวไม่ได้หรอ

 

ในอดีต เคยเป็นคนที่เีงียบ ไม่ค่อยพูดกับใคร ยิ่งถ้าไม่รู้จัก หน้าก็ไม่มอง

 

ประถมมีเพื่อนเล็กน้อย แต่โดยนิสัยแล้วก็ไม่ใช่คนพูมากอะไร

 

ชอบอยู่ตัวคนเดียว ชอบทำอะไรคนเดียว เหมือนกับว่ามีความเป็นส่วนตัวสูง

 

มัธยมย้ายห้องใหม่ เปลี่ยนเพื่อนใหม่ ไม่ค่อยรู้จักใคร เพราะปกติก็ไม่ได้เป็นคนสนใจอะไรอยู่แล้ว

 

ทั้งๆที่เพื่อนใหม่เต็มห้อง แต่็ก็ยังทำตัวเฉยชา คุยกับแต่เฉพาะเพื่อนเก่าที่รู้จักและสนิทันเท่านั้น

 

ทำให้คนอื่นมองว่า หยิ่ง ตอนนั้นไม่สนใจหรอก คิดแต่ว่า

 

ไม่ป็นไร เดี๋ยวก็พักกินข้าวแล้ว จะได้ไปนั่งกับเพื่อนเก่า

 

วันเวลาผ่านไป ลองปรับตัวเองให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม เริ่มพูดคุย เริ่มยิ้ม เริ่มหัวเราะมากขึ้นกว่าแต่ก่อน

 

เพื่อนฝูงเริ่มมีมากขึ้น นับตั้งแต่วันนั้นมา

 

ก็เริ่มสนิทกันมากขึ้น คุย หัวเราะ ร้องไห้ด้วยกัน

 

มีเรื่องอะไรก็คอยปรึกษากัน จากวันนั้นถึงวันนี้

 

วันที่เคยเป็นคนไม่ค่อยพูดกับใคร แทบไม่ยิ้ม แทบไม่หัวเราะ

 

แต่ตอนนี้ทุกสิ่งทุกอย่างมันกลับตรงกันข้ามกับในอดีต

 

เคยคิดอยู่เสมอว่าอยู่คนเดียวก็ดีอยู่แล้วหนิ ทำอะไรก็ไม่ต้องมีคนคอยถาม คอยห่วง

 

แต่วันนี้กลับรู้เลยว่า เมื่อก่อนนั้นชีวิตนี้มันเหงาแค่ไหน สีสันไม่มี

 

พอมาวันนี้มีเพื่อนคอยถาม คอยห่วงใย อยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกันมานาน

 

บางคนอาจ 3-4 ปี บางคนอาจ 5-6 ปี

 

เวลาเหล่านั้นมันนานเหมือนกันเน้าะ จากวันที่เราเคยอยู่ด้วยกันเสมอ นั่งกินข้าวด้วยกัน 

 

วันเวลาที่ผ่านมาเหล่านั้น จะมีใครรู้บ้างมั้ยว่า

 

มันมีเส้นใยบางๆที่เรียกว่าความผูกพันค่อยๆทักทอขึ้นมาทีล้ะนิดตั้งแต่วันแรกที่เราได้รู้จักกัน ได้พูดคุยกัน

 

จนกระทั่งสนิทกันในที่สุด และเส้นใยเหล่านั้นก็ทักทออย่างหนาแน่นขึ้นทุกวัน

 

ยิ่งวันเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ความผูกพันนั้นก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น

 

วันไหนใครคนใดคนนึงเดินมาหน้าตาย่ำแย่ แต่ละคนเริ่มยิงคำถามใส่

 

เฮ้ย เป็นไรวะ หน้าตาดูไม่ดีนะ มีไรเ่ล่าให้ฟังได้

 

เฮ้ย อย่าเครียดเว่ย เดี๋ยวมันก็ดีขึ้น อย่าคิดมาก

 

เฮ้ย ร้องไห้ทำไม ใครทำอะไรมึง 

 

เฮ้ย มีเรื่องอะไรวะ ระบายกับกูได้นะ

 

และอื่นๆอีกมากมาย คำถามเหล่านี้มันมาจากความห่วงใยรึเปล่านะ

 

ทุกวันที่ผ่านมาชีวิตดำเนินไปอย่างสนุกสนาน ร่าเริง มีเสียงหัวเราะและมีรอยยิ้มทุกวัน

 

จนตอนนี้ลืมไปแล้วว่าตัวตนในอดีตของเรานั้นเป็นยังไงนะ ตอนที่ไม่มีเพื่อน

 

ตอนที่เป็นคนเงียบ ไม่พูด ไม่มีเสียงหัวเราะ ไม่ยิ้มทักทานใคร

 

นาน นานจนลืมไปแล้วว่ามันเป็นยังไง

 

เพื่อนสร้างเสียงหัวเราะได้ตลอดเวลา คอยถามไถ่ห่วงใยกันอยู่เสมอ

 

เพื่อนมีเรื่องไม่สบายใจ ก็ช่วยกันแก้ปัญหา

 

อยากบอกว่าวันนี้ชีวิตนี้มีสีสันขึ้นมาเยอะ เริ่มเป็นคนเปิดใจกับทุกๆคน

 

รู้ว่าตัวเองยังทำไม่ดีพอ แต่ก็พยายาม ตอนนี้เพื่อนทุกคนมีความหมาย

 

ถึงแม้บางคนจะไม่ได้พูดด้วยกันบ่อย แต่ก็ไม่ใช่ไม่รัก

 

ยังรักทุกคนเหมือนเดิม ยังคิดถึงเหมือนเดิม บางครั้งไม่พูด

 

ไม่ได้แปลว่าไม่ห่วง ไม่รัก หรืออะไรก็ตาม

 

ความห่วงใย ความผูกพัน ความรัก ไม่จำเป็นต้องสื่อสารกันด้วยคำพูดอย่างเดียว

 

การกระทำก็มีส่วนสำคัญ ถ้าคุณจะมองเห็นความสำคัญนั้นซักนิด

 

จำไว้ว่า ในอนาคตต่างคนอาจต้องแยกย้ายไปเดินตามเส้นทางของตัวเอง

 

ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน แต่จำเอาไว้ว่าจะไม่ลืมเลยว่าได้รู้จักกับเพื่อนแบบนี้ครั้งหนึ่ง

 

เสียงหัวเราะนั้น ความห่วงใยแบบนั้นมันยังตราตรึงอยู่เสมอ

 

ถึงแม้กาลเวลาจะผ่านไป แต่ความทรงจำนั้นยังคงอยู่กับตัวเราเสมอ

 

ถ้าเราเลือกที่จะไม่ลืมมิตรภาพอันนั้น

Personality Test

posted on 05 Mar 2009 09:27 by kiiezz

http://www.kapstar.com/myers/myers.html เวปนี้เลย ลองเข้าไปเล่นกันดูนะ

 

ข้าเจ้าได้อันนี้ ตรงหรออ่ะ ? ฮ่าๆๆ บางอย่างแอบตรง

 

คุณเป็นคนที่เห็นอกเห็นใจผู้อื่น มีเมตตา เปิดเผย ใจดี อ่อนไหวง่าย อ่อนน้อมถ่อมตน

คุณ สนใจที่จะเรียนรู้ในเรื่องที่เกี่ยวกับผู้คน สังคม ศิลปะ คุณมีความเป็นศิลปินอยู่ในตัว คุณไม่ชอบอยู่ใต้กฎเกณฑ์หรือข้อบังคับใดๆ คุณเป็นคนสบายๆ ไม่รีบร้อน คุณสามารถหยุดสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ทุกอย่างได้ หากคุณอยากทำอย่างอื่นมากกว่าขึ้นมา

คุณมีบุคลิกที่ดึงดูดใจ เป็นกันเอง เข้ากับคนอื่นได้ง่าย คุณเป็นคนที่คนอื่นอยากอยู่ใกล้ๆ เชื่อถือได้ และเข้าใจผู้อื่น

ความ รัก หากชอบใครแล้วคุณจะทุ่มเทให้ทุกอย่าง ทั้งกายและใจ ซื่อสัตย์ คุณเป็นคนที่โรแมนติก คอยหมั่นดูแลความสัมพันธ์ให้สดชื่นและสดใสอยู่เสมอ หากถูกปฎิเสธ คุณจะวิเคราะห์หาเหตุผลเงียบๆ คนเดียว จนกว่าจะทำใจได้คุณถึงจะกลับมาสนุกสนาน เฮฮาได้อีกครั้ง

คุณชอบที่จะทำงานกับคนที่ให้ความร่วมมือดี คุณเชื่อมั่นในการทำงานเป็นทีม คุณชอบที่จะสนุกสนานกับชีวิต

คุณ ควรระวังที่จะมองข้ามความต้องการของตัวเอง เนื่องจากคุณเป็นคนที่เข้าใจผู้อื่น และชอบที่จะทำให้ผู้อื่นมีความสุข บางครั้งมองข้ามความต้องการลึกๆภายในของตัวเองไป คุณควรให้ความสำคัญกับความรู้สึกของตนเองมากขึ้นเพื่อสามารถให้ความช่วย เหลือผู้อื่น โดยไม่บั่นทอนเวลาและความรู้สึกของคุณมากจนเกินไป

คุณ จะกังวลใจและกลัวการขัดแย้งกับคนอื่น คุณมักจะรับผิดชอบเมื่อเกิดการขัดแย้ง ทั้งที่บางครั้งมันไม่ใช่ความผิดของคุณเลย และมันมักจะทำให้คุณหดหู่ โทษตัวเอง ไม่พอใจในความสำเร็จของตัวเอง

ISFP: "I Seek Fun & Pleasure"

 

คำหลายคำ ?

posted on 07 Dec 2008 08:53 by kiiezz

ก็เนื่องจากอ่านบล๊อกของแพรไป แล้วเกิดนึกอยากอัพของตัวเองขึ้นมา

 

เลยขอยืมคำหน่อยนะเพื่อนเอ๋ย แห่ะๆ

 

"นินทา" คำนี้ทุกคนรู้จักกันดี เพราะทุกคนเคยทำมันอย่างแน่นอน

 

ถ้าใครบอกว่าไม่เคย เอิ่มม ขอไม่เชื่อได้มั้ยอ่ะ แห่ะๆ

 

สัจธรรมของชีวิตมนุษย์ การนินทา

 

คิดว่าทุกคนก็คงเคยถูกนินทาเหมือนกันแหละ แต่บางครั้งอาจจะไม่รู้ตัว

 

ไอ่กี้ก็เคยถูกนินทา แล้วก็เคยนินทาคนอื่นเหมือนกัน เพราะการนินทาคือส่วนหนึ่งของชีวิตกี้ ฮ่าๆ

 

ก็อย่างที่หลายคนชอบถามว่า ถ้าถูกนินทา ต้องทำยังไง

 

คำตอบคือ เฉย โลด ไม่ต้องสนใจ เพราะอะไรถึงเฉยน่ะหรอ

 

ก็ถ้าเราไปคิดถึงมัน มันก็จะเครียด ทุกวันนี้ก็มีเรื่องให้คิดมากมายอยู่แล้ว

 

แค่มีคนมานินทาตัวเอง จะเก็บไปคิดให้มันเปลืองสมองทำไม ใช่มั้ย?

 

คิดมากไปก็เครียดเปล่าๆ กังวลเยอะ เพราะฉะนั้นก็เลิกคิด

 

เรื่องนี้ประสบมาโดยตรง เพราะไอ่กี้เป็นคนชอบคิดมาก !

 

เคยคิดอยู่บ่อยๆว่า "จะคิดมากเพื่ออะไรวะ ?"

 

"ดูถูก" คำนี้จึกมาก พอมีคนดูถูกทีไร >>เจ็บและจึก<< อย่างแรง

 

จะโดนทำร้าย โดนตี โดนอะไรไม่ว่า แต่โดนดูถูก มันเจ็บใจ

 

ครั้งนึงเคยโดนครูประจำชั้นดูถูก

 

"หน้าอย่างเธอเนี่ยนะสอบได้ที่..." จำได้ขึ้นใจ

 

ประโยคนี้ ทำให้ต้องพิสูจน์ตัวเอง ว่าหน้าอย่างไอ่กี้ก็ทำได้เว่ย

 

และบางครั้งประโยคดูถูกจากเพื่อนบางคน ที่ฟังแล้วมัน เอิ่มมม..... อย่างบอกไม่ถูก

 

หลายคนคงเคบประสบกับเหตุการณ์นี้บ่อยครั้ง

 

แล้วทำยังไงกันล่ะ มันก็ต้องพิสูจน์ให้เค้าเห็นว่าเราก็ทำได้ใช่มั้ย

 

อย่าให้เค้าได้ดูถูกเราเด็ดขาด ถ้าเราสามารถทำมันได้ จงทำซะ ! - -*

 

"หยิ่ง" 

 

เคยโดนว่าๆหยิ่งมั้ย ไอ่กี้โดนประจำ

 

พยายามไม่เก็บมาคิด เพราะมันคือเรื่องเล็กน้อย

 

แต่ก็นึกมองตัวเองว่า "กูหยิ่งหรอ ? "

 

มันก็ไม่รู้จะอธิบายยังไง ก็แค่ถ้ามันไม่คุ้นก็จะไม่่ค่อยพูด

 

ยอมรับว่าอาจเป็นคนอัธยาศัยไม่ดีเท่าบางคน แต่นิสัยนี้มันเปลี่ยนยากอ่ะนะ

 

บางครั้งอาจเงียบเกินไป ไม่ยอมพูดกับใคร จนบางครั้งอาจดูว่าหยิ่ง

 

แต่ก็นะ ความคิดคนมันห้ามไม่ได้อยู่แล้ว

 

เพราะเค้ายังไม่รู้จักเราดีพอ เลยไม่รู้ว่านิสัยเรามันเป็นยังไง

 

ปล่อยเค้าไป แค่มีเพื่อนที่เข้าใจนิสัยเราก็พอแล้ว

 

ขอแค่มีบางคนเข้าใจเท่านั้นพอ

 

การเงียบ การไม่สนใจ จนบางครั้งดูเหมือนเย็นชา

 

แต่ลึกๆในใจแล้วมันก็คิดมากกว่าที่แสดงออกมาให้เห็น

 

บางคนที่ไม่รู้จักไอ่กี้ดีพอ จะไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าไอ่คนเนี้ยะมันมีเลือดบ้าอยู่ในตัวเยอะ

 

บางทีก็เยอะจนน่ากลัว แถมยังพูดมากเป็นที่สุด((ถ้ามันมีเรื่องให้เม้าท์)) ทั้งที่ๆดูภายนอก

 

หลายคนอาจลงความเห็นตรงกันว่า ไอ่นี่มันเงียบ แต่ถ้าลองมารู้จักจริง เหอๆ อย่าให้พูด

 

ลองถามเพื่อนไอ่กี้ที่สนิทๆดูว่า กี้เงียบหรอ? กี้เรียบร้อยหรอ? กี้ไม่ค่อยพูดหรอ?

 

รับรองคำตอบจะได้รับคือ มันออกจะพูดมาก ไอ่กี้เนี่ยนะเรียบร้อย? มันมีเลือดบ้าเยอะจะตาย

 

มันจะออกมาตรงข้ามกับภาพลักษณ์ที่บางคนได้เห็น เพราะฉะนั้น

 

อยากให้ทุกคนอย่ามองเฉพาะภายนอกแล้วลงความเห็นว่าเค้าคนนั้นหยิ่ง

 

เพียงแค่เค้าคนนั้นอาจเงียบเกินไปหรือไม่ยอมพูดกับใคร

 

"ท้อ" เอิ่มม คำนี้โดนมานับครั้งไม่ถ้วน

 

ท้อกับหลายสิ่งทั้งกายและใจ

 

ท้อจนบางครั้งมันกลั้นไอ่เม็ดกลมๆเล็กๆใสๆไม่ได้

 

จนมันต้องไหลออกมาจากดวงตา

 

ดูภายนอกอาจดูเหมือนเป็นคนเข้มแข็ง แต่ข้างในล่ะ รู้มั้ยว่ามันตรงกันข้าม

 

ถ้าเกิดอาการท้อล่ะ ก็ต้องสู้ต่อไป พยายามต่อไป

 

เพราะเชื่อว่าวันข้างหน้ามันต้องดีขึ้น

 

เพราะเชื่ออย่างนั้น ทำให้ต้องจัดการหยุดน้ำตาของตัวเองเอาไว้

 

และสู้ต่อไป พยายามในทุกสิ่ง ทำให้เต็มที่ ทำให้ดีที่สุด

 

บางครั้งมันก็ดีขึ้น แต่บางครั้งมันอาจต้องใช้เวลา ก็อย่ายอมแพ้

 

อย่ายอมให้คำว่าท้อครอบงำบ่อย เพราะมันเป็นอะไรที่ทุกข์มาก

 

คำว่าท้อมักมาคู่กับคำว่าผิดหวังเสมอ

 

เพราะว่าทำบางสิ่งไม่สำเร็จมั่ง ไม่ได้ดั่งใจมั่ง มันเลยเกิดความผิดหวังขึ้นมา

 

แล้วพอผิดหวังปุ๊บ ก็มักจะมีคำว่าท้อตามมาเสมอ

 

อยากคิดซะว่าการผิดหวังก็เหมือนการก้าวบันไดพลาดไปขั้นนึง

 

แต่ถ้าอยากขึ้นไปให้ถึงชั้นบนสุดก็ต้องพยายามก้าวผ่านขั้นที่ก้าวพลาดให้ได้

 

แล้ววันนึงเราก็จะขึ้นไปถึงบนชั้นสูงสุดตามที่เราต้องการ

 

เฝ้าบอกตัวเองทุกวันว่า ต้องไม่ท้อ ต้องพยายาม ต้องพิสูจน์ ต้องทำให้ได้

 

ยิ่งมาอยู่ไกลบ้านด้วยแล้ว ยิ่งต้องสู้ชีวิตค่อไป

 

ต้องใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าที่สุด อะไรที่ทำได้ จงทำให้ดีที่สุด

 

 

 

 

โอ้ววว วันนี้รู้สึกตัวเองอัพยาวมากผิดปกติและผิดนิสัยตัวเอง

 

ก็นะ มันแบบ คล้ายกับอัดอั้นยังไงอย่างงั้น

 

 

 

 

edit @ 8 Dec 2008 02:43:46 by KiiezZ

อัพรูปๆ

posted on 30 Nov 2008 21:54 by kiiezz

ห้องนอนที่แอบรก ฮ่าๆ

 

มุมนี้คือของที่เพื่อนๆทำให้((ซึ้งๆซะหน่อย อิอิ))

 

Photobucket

หิมะจ๋า กี้มาแล้ว เอิ๊กเอิ๊ก

 

Photobucket

 ปิดบังความชั่วร้ายของชุดว่ายน้ำตัวเอง - - * ((ทำไมเตี้ยเงี๊ยะ))

 

 Photobucket

แบนตัวเองรูปนี้ ((ทำไมไม่รอให้ใส่กางเกงให้เสร็จก่อนเล่า แอ๊กก)) =[]=

 

Photobucket

 ชอบรูปนี้อย่างจิงจิงอ่า หุหุ

 

 Photobucket

 มันเป็นคร๊ายย? เหอๆ

 

  

 

เดี๋ยวค่อยมาอัพรูปเพิ่ม ฮ่าๆ


edit @ 2 Dec 2008 07:30:54 by KiiezZ